อาหารใต้ที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยม

อาหารใต้นั้นมีเสน่ห์มากเรื่องของรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ซึ่งมีรสชาติที่เผ็ด เค็ม เปรี้ยวหน่อยๆ ซึ่งเป็นรสชาติที่มาจากวัตถุธรรมชาติล้วนๆ ส่วนมากคนภาคใต้จะไม่นิยมรสหวาน และอาหารมักจะทานคู่กับผักสดเพื่อลดความเค็ม รวมถึงเนื้อสัตว์นั้นจะนิยมเป็นสัตว์ทะเล เนื่องจากภาคใต้ของไทยนั้นมีพื้นที่ติดทะเลจึงนำมาประกอบอาหาร คนภาคใต้นั้นมีหลากหลายศาสนา ดังนั้นแล้วส่วนมากจะไม่นิยมนำเนื้อหมูมาประกอบอาหารเท่าใดนัก อาหารภาคใต้ที่ขึ้นชื่อและนิยมมาก เช่น

– แกงเหลือง หรือ แกงส้ม เป็นอาหารใต้ยอดนิยมที่นำมาประกอบอาหารมีมากตามร้านอาหารทั่วไป แกงเหลืองจะแตกต่างจะแกงส้มภาคกลาง ตรงที่รสชาติจะออกเค็มๆ เปรี้ยวนิดๆ และสีเหลืองนั้นมาจาก ขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบ

– เมนูผัดสะตอ สะตอเป็นผักพื้นบ้านของภาคใต้ ที่ปัจจุบันหาง่ายมากตามท้องตลาดทั่วไป สะตอมีรสชาติที่มันๆ การนำมาผัดกับพริกแกง ผัดเผ็ดนั้นทำให้มีรสชาติอร่อย กลมกล่อม และสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากซึ่งส่วนผสมหลักๆก็คือ กะปิ และเนื้อสัตว์ส่วนมากจะใช้เนื้อกุ้งสดมาประกอบอาหาร

– แกงไตปลา เป็นเมนูหลักที่ไม่พูดถึงไม่ได้แกงไตปลาเป็นอาหารหลักที่มีคนนิยมทานเช่นกัน แกงไตปลามีรสชาติที่เผ็ดๆเค็ม และมีหน่อไม้ดองมาเป็นส่วนประกอบ รสเปรี้ยวของหน่อไม้ดองนั้นช่วยลดความเค็มของกะปิได้ แกงไตปลามีรสชาติที่หอมมาก สามารถทานร่วมกับ ข้าวสวยร้อนๆและขนมจีนก็ได้

– น้ำบูดู เป็นอีกเมนูหนึ่งเป็นที่นิยม น้ำบูดูใช้ทำข้าวยำปักษ์ใต้ วัตถุดิบนั้นมาจากการนำปลาทะเลมาหมักกับเหลือเม็ดหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 1 ปี จากนั้นก็นำมาประกอบอาหารที่มีรสชาติอร่อยลงตัว แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ

เสน่ห์อาหารภาคใต้

อาหารภาคใต้นั้นถือว่าเป็นอาหารที่คนไทยหลายๆคนชื่นชอบมาก อาหารภาคใต้นั้นมีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติที่มีความเผ็ดแบบถึงเครื่องจริงๆ รวมถึงกลิ่นเครื่องเทศ เครื่องแกง ที่หอมชวนน่าทานอย่างมาก นอกจากนี้เอกลักษณือีกอย่างหนึ่งของอาหารใต้แบบดั้งเดิมก็คือวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารก็คือ เครื่องแกงที่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติที่นำมาทำเป็นเครื่องแกงที่มีความอร่อย รสชาติเผ็ดจัดจ้านซึ่งผสมกับรสเค็มของกะปิเคย

ในปัจจุบันอาหารใต้นั้นมีความหลากหลาย และกระจายตามภาคพื้นที่ต่างๆของไทยซึ่งมีการเปิดอาหารใต้ให้ผู้คนได้ทานกัน ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นก็มีการปรับรสชาติให้เหมาะสมกับผู้ทานด้วย ซึ่งหากอยากสัมผัสอาหารใต้ที่แท้จริงนั้น คงต้องเดินทางมาทางจังหวัดภาคใต้ของไทย ซึ่งแน่นอนว่ารสชาตินั้นเป็นรสชาติอาหารใต้แท้ๆอย่างแน่นอน ซึ่งในแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทางภาคใต้นั้นก็มีร้านอาหารใต้ให้เลือกได้หลากหลายมาก อาหารใต้ที่นิยมกันมากในปัจจุบันนั้นเห็นจะเป็น แกงไตปลา, คั่วกลิ้ง, แกงส้ม แกงเหลือง ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลาทะเลเป็นส่วนประกอบและมีรสชาติที่เผ็ดๆ เค็มๆหน่อย ซึ่งความเค็มนั้นไม่ได้มาจากน้ำปลา แต่มาจากกะปิเคยซึ่งเป็นกะปิแท้ๆจากทางภาคใต้

ต้องบอกว่าอาหารใต้นั้นมีเสน่ห์ในการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใช้ปรุงรสชาติ นั่นทำให้อาหารใต้มีรสชาติที่อร่อยจัดจ้าน ส่วนมากจะใช้พริกขี้หนูคั่ว และพริกไทย รสเค็มจากกะปิ รสเปรี้ยวจากส้มแขก, ตะลิงปลิง, มะนาว, มะขามเปียก ที่ให้รสชาติเปรี้ยวธรรมชาติ จะไม่มีการใช้เครื่องปรุงแต่งรสสำเร็จรูปเพราะจะทำให้รสชาติของอาหารไม่อร่อย

เมนูสะตอ

ฝักสะตอ เป็นพืชพื้นบ้านทางภาคใต้ที่มีมากมาย ฝักสะตอมีลักษณะเป็นฝักยาวสีเขียวหุ้มด้วยเม็ดสะตอซึ่งคนส่วนใหญ่จะนำเม็ดสะตอมาแกะจากฝักแล้วนำไปประกอบอาหาร ส่วนใหญ่จะใช้เป็นการผัดกับพริกแกงต่างๆ ซึ่งผัดสะตอก็สามารถทำได้ง่าย สะดวก ส่วนผสมไม่มากนัก

– สะตอผัดกุ้งสด เมนูง่าย เพียงนำกุ้งสด, เม็ดสะตอ ผัดกับกระเทียมและพริกขี้หนู จากนั้นเติมส่วนผสมลงไป เช่น น้ำปลา น้ำตาล เครื่องพริกแกง กะปิ พริกชี้ฟ้า ชิมรสชาติตามใจชอบจากนั้นก็ตักใส่จาน ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

– สะตอผัดกะปิกุ้ง อีกหนึ่งเมนูผัดสะตอที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก โดยการนำกระเทียมโขลกกับพริกขี้หนูใส่กะปิโขลกพอละเอียด จากนั้นก็ปรุงด้วยมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติหากพอใจ ตักส่วนผสมพักไว้ จากนั้นนำเครื่องแกงที่โขลกไว้มาผัดในกะทะ อย่าใช้ไฟแรงเกินไปเพราะก็จะทำกะปิไหม้ จากนั้นก็ใส่หมูสับและกุ้งสดลงไปผัดให้เข้ากัน เมื่อกุ้งและหมูสุกแล้วก็นำสะตอลงไปผัด ปรุงรสตามใจชอบ เมื่อผัดจนสุกแล้วตักใส่จานพร้อมเสริฟทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

– สะตอผัดพริกแกง ในที่นี้ผัดสะตอนั้นไม่สามารถต้องใส่กุ้งเสมอไป สามารถนำเนื้อสัตว์อย่างอื่นประกอบอาหารได้ด้วย เมนูสะตอผัดพริกแกงก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าทานและทำง่าย นำพริกแกงผัดกับกระเทียมโขลกละเอียดและพริกขี้หนู จากนั้นใส่เนื้อสัตว์เช่น หมูสับ ไก่ ลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่สะตอและเครื่องปรุงรสต่างๆ ชิมรสตามใจชอบหากพอใจแล้ว ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

แกงปูใบชะพูล อาหารพื้นบ้านรสเด็ด

อาหารภาคใต้นั้นเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมของเครื่องเทศส่วนใหญ่ และวัตถุดิบนั้นมาจากวัตถุดิบที่เป็นของท้องถิ่นทางภาคใต้และเนื้อสัตว์ทะเล แกงปูใบชะพูล เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขึ้นชื่อมากอีกเมนูหนึ่งเรื่องความอร่อยและความหอมกลมกล่อมของกลิ่นเครื่องแกง ซึ่งแกงปูนั้นจะมีส่วนผสมของมันปูด้วย เป็นอาหารที่เน้นทางเครื่องแกงมีความอร่อยลงตัว รสชาติไม่เผ็ดมากนัก แกงปูใบชะพูล จึงเป็นอาหารภาคใต้ที่มีนักท่องเที่ยวสนใจเป็นจำนวนมากอีกเมนูหนึ่ง

แกงปูใบชะพูล นั้นมีอยู่มากทางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของไทย ซึ่งมีเมนูนี้ตามร้านอาหารใต้ทั่วไปและบางร้านมีการปรับรสชาติให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อรสชาติอ่อนลง ส่วนผสมสำคัญคือ เครื่องแกง และเนื้อปู เนื้อปูต้องสดจริงๆเพราะเนื้อจะแน่นและนุ่มลิ้นรวมถึงเครื่องแกงที่คั่วจนหอมและกะทิ ดังนั้นการทำแกงปูนั้นต้องมีความพิถีพิถันพอควร เพื่อให้รสชาติออกมา มันๆหวานๆ หอมอร่อย มีรสเผ็ดเล็กน้อยถึงปานกลาง

เมื่อเสร็จแล้ว แกงปูใบชะพูล นั้นสามารถทานร่วมกับข้าวสวยร้อนๆ หรือ ขนมจีนก็ได้อร่อยได้เช่นเดียวกับ แกงเขียวหวาน ทั้งนี้แกงปูใบชะพูลแบบดั้งเดิมของภาคใต้นั้นก็มีให้ชิมเช่นกัน แต่ก็คงต้องหาร้านหน่อยในเมืองเพราะปัจจุบันรสดั้งเดิมนั้นค่อนข้างหายากซึ่งจะมีเฉพาะชาวบ้านเท่านั้น แกงปูใบชะพูลนั้นถือเป็นอาหารภาคใต้ขึ้นชื่อมากและเป็นอาหารแนะนำติดอันดับต้นๆของเว็บไซต์รีวิวอาหารต่างๆรวมถึงเว็บไซต์ต่างประเทศอย่าง Tripadvisor ด้วย ซึ่งใครที่อยากทานแกงปูใบชะพูลอร่อยๆก็สามารถเดินทางไปจังหวัดทางภาคใต้ได้

หอมแดงซอย

  หมูคั่วเกลือถือเป็นเมนูที่หากินได้ทั่วๆไป แต่หารู้ไม่ว่า นี่แหละคืออาหารขึ้นชื่อของอาหารปักษ์ใต้ แม้จะดูเป้นเมนูที่ทำง่ายๆ แต่รับรองว่าพอทำเข้าจริงๆอาจต้องอาศัยเทคนิคเล็กๆน้อยๆ จึงจะได้หมูคั่วเกลือที่มีรสชาติเค็มพอดี และสุกเหลือกรอบนอกนุ่มใน และการที่จะหมูที่รสชาติดี อย่างแรกเราต้องเลือกหมูสามชชั้นที่สดใหม่ เนื้อจะไม่เหนียว

ส่วนประกอบและวิธีทำมีดังนี้

1.หมูสามชั้น  2.กระเทียมไทย(เพื่อมีกลิ่นหอม กระเทียมจีนมีกลีบใหญ่แต่ไม่หอมเท่า)

3.เกลือป่นเพียงเล็กน้อย  4.น้ำตาลทราย  5.น้ำเปล่า  6.น้ำมันพืชสำหรับทอดเล็กน้อย

วิธีการทำ

1.นำหมูสามชั้นมาล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และพักไว้ก่อน

2.นำกระเทียมมาปอกเปลือกบุให้แตก และแยกบางส่วนออกมาเพื่อหั่นหยาบๆเก็บไว้

3.ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันพืชเพียงเล็กน้อย เมื่อกะทะร้อนแล้ว จึงใส่กระเทียมที่บุไว้ลงไปเจียบให้แหลืองหอม

4.ใส่หมูสามชั้นที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัด ผัดวนไป จนเริ่มสุก จากนั้นให้หรี่ไฟอ่อน แล้วใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นปรุงรสตามใจชอบ โดยใส่น้ำตาล เกบือป่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อปรุงรสแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นไฟกลาง ผัดหมูต่อจนแห้งเหลือแต่น้ำมัน และสีของหมูเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง

5.เมื่อได้หมูที่มีสีเหลืองทองแล้ว ใส่กระเทียมหั่นหยาบที่เตรียมไว้ลงเจียวในน้ำมัน ให้กระเทียมหอมเหลือง ก็ปิดไฟ แล้วยกลงเสิร์ฟได้เลย

ยำน้ำบูดู สูตรเด็ดอาหารปักษ์ใต้

  น้ำบูดู ถือเป็นการถนอมอาหารที่นิยมกันเป็นอย่างมากของทางภาคใต้ การผลิตน้ำบูดูนั้น เริ่มจากการนำปลาทะเลสดๆ อาจจะใช้ปลาอะไรก็ได้ ตามที่จะหาในท้องถิ่นนั้นๆ แต่ที่เป็นสูตรดั้งเดิมจะนิยมใช้เป็นปลากะตัก เพราะเมื่อทำเป็นบูดูออกมาแล้วจะได้กลิ่นหอม และรสชาติดี วิธีการทำคือนำปลาที่จะมาทำบูดูหมักลงในภาชนะที่ต้องการ บางสูตรก็ไม่นิยมล้างปลา เนื่องจากจะกลัวว่าถ้าล้างกลิ่นหอมของปลาจะหายไป จากนั้นใส่เกลือสมุทรประเภทหยาบลงไป ใช้ไม้พายคลุกให้เข้ากัน เมื่อเสร็จแล้วจึงนำไปใส่โอ่งดิน ชาวพื้นเมืองนิยมเรียกกันว่า บ่อบูดู แล้วใช้กระสอบปุ๋ยหรือผ้าคลุมไว้ พยามคลุมไม่ให้มีอากาศเข้าไปมากที่สุด จากนั้นก็ตักเนื้อบูดูลงไปจนเต็มโอ่ง แล้วจึงใช้ กระสอบเกลือปิดปากบ่อ ปิดทับอีกทีด้วยไม่ไผ่สาน ทับด้วยของหนักๆเช่นหินหรือกระเบื้อง หมักทิ้งไว้ 8-15 เดือน

น้ำบูดูสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ ยำน้ำบูดู กินคู่กับปลาทู่ย่าง อาหารง่ายๆสไตล์ปักษ์ใต้

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.น้ำบูดู  2.ปลาทูย่างแกะเอาแต่เนื้อ  3.ตะไคร้ซอย 4.หอมแดงซอย  5.พริกซอย  6.ใบมะกรูดซอย  7.น้ำตาลปี๊บ  8.น้ำมะนาว

วิธีการทำ

1.ผสมน้ำยำโดย ใส่น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย จากนั้นจึงใส่น้ำบูดูลงไป และชิมรสตามชอบ

2.ใส่เนื้อปลาทูย่างที่แกเรียบร้อยแล้วลงไป ตามด้วยหอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกซอย และคลุกเคล้าให้เข้ากัน

3.ยกเสิร์ฟได้เลย อาจจะกินเคียงกับผักต่างๆที่หาได้ ก็จะยิ่งอร่อยเด็ด

ใบเหลียงผัดไข่ มันๆหอมๆของเด็ดปักษ์ใต้

   ใบเหลียงผัดไข่ถือเป็นอาหารยอดนิยมของชาวปักษ์ใต้ เราอาจจะเห็นอาหาร หลายๆอย่างของที่นี่เป็นอาหารที่มีรสจัดจ้าน แต่ใบเหลียงผัดไข่ถือเป็นอาหารทางเลือกของคนไม่กินรสจัดได้ดีเลยทีเดียว

ใบเหลียง คือ ผักพิ้นบ้านของทางภาคใต้ตอนบน ใบมีลักษณะเรียวยาวมีรสมัน อร่อย ไม่ขมเหมือนผักใบเขียวชนิดอื่นๆ นิยมนำมารับประทานกับน้ำพริก ขนมจีนแกงไตปลา ใบเหลียงมีประโยชขน์มากมาย เพราะนอกจากจะมีใยอาหารแล้ว ยังมีวิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการดูแลสุขภาพของสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆก็สามารถรับประทานได้เพราะไม่ขม เราจึงมีเมนูน่าทานเกี่ยวกับใบเหลียงมานำเสนอ อย่าง ใบเหลียงผัดไข่

ส่วนประกอบและวิธีทำ

1.ใบเหลียง  2.ไข่   3.กระเทียมสับ  4.ซีอิ๊วขาว/น้ำตาล/น้ำมัน

วิธีทำ

1.ตั้งกะทะให้ร้อน จากนั้นใส่น้ำมันลงไป (ขอแนะนำให้เป็นน้ำมันหมูเรื่องจากเมื่อผัดแล้วจะมีกลิ่นหอมมาก) และตามด้วยกระเทียมสับ เจียมให้หอม และกระเทียมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองพอดี

2.ตอกไข่ใส่ลงไป จากนั้นยีไข่ให้ไข่แดงกับไข่ขาวผสมรวมกัน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณไม่เกิน 1 นาที

3.ล้างใบเหลียงให้สะอาด แล้วใส่ลงไปในกะทะ ผัดคลุมเคล้ากับไข่ จากนั้นจึงปรุงรสตามใจชอบชอบ ด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาลเล็กน้อย

4.ผัดจนใบเหลียงสุก แล้วจึงตักเสิร์ฟได้ทันที รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆรับรองอร่อยถูกใจ

 

 

คั่วกลิ้งหมู หร่อยแรงถึงใจ

  หากไปกินข้าวแกงปักษ์ใต้ อาหารที่พลาดไม่ได้ในการมากินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็คือคั่วกลิ้ง อาหารใต้ที่รสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ แถมยังหอมกลิ่นสมุนไพร เพราะถ้าใครเป็นคนไม่กินเผ็ด เห็นจะน่าเสียดาย คั่วกลิ้ง เป็นอาหารที่ได้จากการนำเครื่องเทศและสมุนไพร เช่น กระเทียม หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้นมาผัดกับกะปิจนหอม และเติมเนื้อสัตว์ลงไปตามใจชอบ เครื่องปรุงหลักของอาหารชนิดนี้คือขมิ้น เราจะเห็นได้ว่า คั่วกลิ้งส่วนใหญ่มีสีเหลืองก้ได้มาจากขมิ้นนั่นเอง  คนภาคใต้มักนิยมใช้ขมิ้นมาประกอบอาหาร เพราะนิยมปลูกหาง่าย และเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว

เราจะมาเสนอสุตรทำคั่วกลิ้งอร่อยๆสไตล์อาหารปักษ์ใต้ที่เด็ดไม่แพ้ใครกับ คั่วกลิ้งหมูใส่สะตอ

ส่วนประกอบและวิธีทำ  1.หมูสับ   2.เครื่องแกงเผ็ด  3.กะปิ   4.สะตอแกะเอาเฉพาะเม็ด  5.พริกขี้หนูสด  6.เกลือ

7.น้ำเปล่า    8.ใบมะกรูดหั่นฝอย  9.กระเทียมบุบ

วิธีการทำ

1.นำเครื่องแกงเผ็ดและกะปิมาโขลกให้เข้ากัน จากนั้นก็นำหมูสับที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับหมูสับจนกระทั่งเป็นเนื้อเดียวกัน ให้หมักทิ้งไว้ 10 นาที

2.ตั้งกะทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันนิดหน่อย และจึงใส่หมูสับที่หมักกับพริกแกงลงไปผัด จากนั้นใส่กระเทียบุบ ผัดจนกระทั่งหมูสุกทั่ว จึงค่อยๆใส่น้ำเปล่าลงไปทีละนิดๆ ไม่ใส่ทีเดียวหมด และคนให้เข้ากันไป

3.สังเกตุเมื่อน้ำงวดได้ที จึงใส่สะตอ และปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย จากนั้นใส่พริกขี้หนูสดและใบมะกรูดหั่นฝอยลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็ยกลงมาเสิร์ฟได้เลย

แกงส้มสับปะรด แกงใต้รสอร่อย

  แกงของทางภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่จะนิยมใช้พริกแกงส้ม และน้อยมากที่จะทำแกงแบบใส่กะทิอย่างภาคกลาง พริกแกงส้มของภาคใต้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับพริกแกงส้มของภาคกลาง โดยทางท้องถิ่นจะเรียกพริกแกงส้มว่า แกงเหลือง เครื่องของพริกแกงส้มภาคใต้มีดังนี้  พริกขี้หนูสด หรือจะใช้แบบแห้งก็ได้   ขมิ้นชัน (ขมิ้นชันนี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้พริกแกงภาคใต้ต่างจากภาคอื่นๆ)  กระเทียม  กะปิ  น้ำมะนาวสด หรือน้ำมะขามเปียกก็ได้  เกลือ และน้ำปลา โดยนำส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกให้เข้ากัน ก็จะมีรสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อนที่ได้จากขมิ้นชันและสีเหลืองเด่น  อาหารที่สามารถนำพริกแกงส้มมาปรุงได้ก็มีหลายอย่าง เราจะยกตัวอย่างอาหารที่ทำง่ายและอร่อย อย่าง แกงส้มสับปะรด แกงรสชาติจัดจ้านแต่มีความเปรี้ยวหวานของสับปะรดแซมมาด้วย

ส่วนประกอบและวิธีทำ

1.สับปะรด   2.กุ้งสด  3.พริกแกงส้มใต้    4.น้ำมะขามเปียก  5.น้ำตาลปี๊บ  6.เกลือ  7.น้ำปลา  8.น้ำเปล่า

วิธีการทำ

1.นำสับปะรดมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ พยายามเลือกสับปะรดที่ไม่ต้องห่ามมาก เพราะเวลาแกงจะเละเกินไม่น่ากิน หากได้เนื้อสับปะรดที่มีรสเปรี้ยวหวานก็จะดีมาก

2.ต้มน้ำในหม้อให้เดือด จากนั้นใส่พริกแกงส้มลงไป คนให้ละลาย

3.นำสับปะรดที่หั่นเป็นชิ้นใส่ลงไปต้มกับน้ำแกง รอจนกว่าเนื้อสับปะรดจะนุ่ม ตอนนี้ห้ามคนน้ำแกง แต่รอประมาณ 10-15 นาที  จากนั้นจึงปรุงรสตามใจชอบ ด้วยเกลือและน้ำปลาเพียงเล็กน้อย น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียกอีกเล็กน้อย

4.ปิดฝาหม้อ รอให้แกงเดือดอีกครั้ง จึงใส่กุ้งสดลงไป ห้ามคนเด็ดขาดเนื่องจากจะทำให้แกงมีกลิ่นคาวจากกุ้งมากเกินไป รอจนกุ้งสุก และสามารถตักเสิร์ฟได้เลย

แกงไตปลา อาหารดั้งเดิมภาคใต้

  แกงไตปลาถือว่าเป็นอาหารที่อยู่คู่กับชาวภาคใต้มาช้านาน เพราะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายๆ หลายคนอาจนึกไม่ออกว่า ไตปลา คือส่วนไหนของปลา หรือทำมาจากอะไร   ไตปลา เป็นการเรียกวิธีการถนิมอาหารแบบคนใต้ ซึ่งไตปลานี้ทำมาจากกระเพาะของปลาหลายชนิดเช่น ปลาทู ปลาดุก ปลาช่อน ปลาลัง หรือปลาชนิดอื่นๆตามที่แต่ละท้องถิ่นจะหามาทำได้ วิธีการคือนำส่วนกระเพาะของปลามาทำความสะอาดเสียออก โดยเอาขี้ปลาและดีปลาออก จากนั้นหมักกับเกลือ ประมาณ 10 ถึง 30 วัน จึงสามารถนำมาทำอาหารได้ ไตปลาที่หมักได้ที่จะมีลักษณะเหลวและมีมันไหลออกมา ซึ่งไตปลานี้ก็สามารถเอาไปทำอาหารได้หลายชนิดเช่น น้ำพริก หรือ แกงไตปลาที่เราจะนำเสนอสูตรให้ได้ชมกัน

ส่วนประกอบและวิธีการทำมีดังนี้

1.ปลาย่างแกะเป็นชิ้น    2.เครื่องแกงไตปลา    3.ไตปลา   4.กะปิปลา  5.มะเขือเปราะ   6.ฟักทองหั่นเป็นชิ้น  7.มันเทศหั่นชิ้น

8.ใบมะกรูดฉีก   9.เกลือ    10.น้ำเปล่า

วิธีการทำ

1.ใส่น้ำปลาลงไปในหม้อแกง จากนั้นตั้งน้ำรอจนเดือด แล้วจึงใส่กะปิปลากับไตปลาลงในกระชอน (เพื่อกรองกาก) แล้วนำไปละลายกับน้ำเดือดในหม้อ จากนั้นจึงใส่เครื่องแกงลงไปต้ม คนให้เครื่องแกงละลายกับน้ำ

2.ใส่ปลาย่าง มะเขือเปราะ ฟักทองและมันเทศหั่นชิ้นลงไป คราวนี้ไม่ต้องคนน้ำแกง รอให้ผักสุก แกงเดือด แล้วชิมรส หากยังไม่เค็มให้โรยเกลือได้อีกเล็กน้อย

3.เมื่อชิมรสแล้วให้ฉีกใบมะกรูดและโรยลงไปในแกง (การฉีกใบมะกรูดแทนการใส่ไปทีเดียวทั้งใบจะช่วยให้น้ำมันหอมที่อยู่ในมะกรูดได้ซึมออกมาและจะทำให้ได้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น) จากนั้นจึงยกลงและเสิร์ฟได้เลย